ดอกไม้บานที่บ้าน Monet

posted on 28 May 2013 03:58 by junge-hexe in voyage directory Travel, Knowledge, Diary

คำเตือน เอ็นทรี่นี้โหลดโหดมาก และอุดมไปด้วยรูปค่ะ
 
ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมคือ ไม่ใส่ลายน้ำ ทุกท่านสามารถนำรูป
 
ไปใช้ได้ แต่ห้ามแอบอ้าง ห้ามฮอตลิ้งค์และห้ามใช้ในทาง
 
พาณิชย์ค่ะ
 
 
 
 
สวัสดีค่ะทุกท่าน ยินดีต้อนรับสู่ศาลาริมน้ำน้อยๆ หลังนี้อีกครั้งนะคะ วันนี้จขบ. จะพา เพื่อนๆ ทุกคนไปชมความงามที่เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งไม่ไกลจากปารีสนามว่า Giverny กันนะคะ


ทำไมต้องGiverny นะหรือ นั่นก็เพราะเมืองแห่งนี้มีบ้านของศิลปิน impressionist ชื่อดังนามว่า Claude Monet น่ะสิ


แล้ว Claude Monet สำคัญอย่างไร  Claude Monet เป็นศิลปินยุคเริ่มแรกของ impressionism ค่ะ ซึ่งเป็นยุคก่อนศิลปะแบบ Expressionism ซึ่งศิลปินที่มีชื่อก็คือฟาน ก๊อกนั่นเอง


เนื่องจากมีชีวิตอยู่ในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรม (1840 - 1926) ภาพวาดของโมเน่ต์จึงสะท้อนถึงสภาพสังคมในยุคนั้น ทว่าภาพวาดของเขาไม่เป็นที่นิยมในหมู่นักสะสมในยุคนั้นหรอกนะคะ เพราะมันไม่ใช่ภาพที่สะท้อนถึงความงดงามและสูงส่ง (นักวิจารณ์ร่วมสมัยกับโมเน่ต์มองว่าเป็นภาพวาดที่บิดเบี้ยวและน่าเกลียดค่ะ)


เทคนิคของภาพวาดแนวนี้นั้นน่าสนใจมากค่ะ เพราะมีการผสมผสานความพริ้วไหวแบบตะวันออก อย่างที่ปรากฏในภาพเขียนญี่ปุ่น (ภายในบ้านของโมเน่ต์มีแต่ภาพเขียนญี่ปุ่นเต็มไปหมดเลยค่ะ)



หากทุกท่านสนใจและมีโอกาส จขบ.ขอแนะนำ Musée d'Orsay ค่ะ อยู่คนละฝั่งแม่น้ำกับสวน Tuileries ของ Musée du Louvre (RER สาย C หรือ Métro สาย 12) ที่นั่นเป็นแกลอรี่ที่รวมภาพวาดชิ้นเด่นๆ ของศิลปินแนวนี้โดยเฉพาะ รวมถึงประติมากรรมร่วมสมัยอย่างเช่นผลงานของ Rodin แล้วใครชอบ Art nouveau ที่นี่ก็เป็นที่รวมเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านยุคนั้นด้วยค่ะ
 
 
แต่หากท่านชอบสถาปัตยกรรมแนว Art nouveau จขบ.ขอแนะนำให้ท่านไปเยือน บาร์เซโลน่า หรือ บรัสเซล แทนนะคะ เพราะในปารีส เมืองที่มีเสน่ห์แต่สกปรกมาก อาคารรูปแบบนี้ถูกทำลายจนเกือบหมดแล้วค่ะ
 
 
 
ทางเข้าบ้านและสวนของโมเน่ต์ค่ะ ถ่ายตอนเดินออกมานะคะเพราะจขบ.เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มแรก (แทบไม่มีคิว) พอเห็นคนเยอะแล้วจึงเผ่น


ต้องขอกล่าวก่อนเลยว่าที่ Giverny มีนิทรรศการหลักสองอย่างก็คือ Fondation de Maison de Monet และ Musée des impressionnismes Giverny (ค่าเข้าแยกกันนะคะ) และเป็นที่แน่นอนเลยนะคะว่าพิพิธภัณฑ์ศิลปะย่อมไม่ยอมอนุญาตให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป จขบ.เห็นด้วยและเข้าใจที่เขาทำแบบนั้นนะคะ จริงๆ ทางพิพิธภัณฑ์ไม่ได้ขี้เหนียวอะไรหรอกค่ะ แต่แสงจากแฟลชและกล้องบางประเภทที่มีแสงเวลาโฟกัสส่งผลต่อสีและการเสื่อมของภาพ จขบ.เองต้องยอมรับว่ารู้สึกอายเหมือนกันเวลาเห็นภัณฑารักษ์มายืนสวดใส่คนเอเชีย (โดยเฉพาะคนจีนและคนไทย) ที่ถ่ายรูปโดยไม่ได้รับอนุญาตบ่อยๆ ดังนั้นเวลาไปเที่ยวที่ไหนกรุณาระวังกันด้วยนะคะ



ที่ไทยจขบ.ก็เคยอึ้งตะลึงกับพฤติกรรมพรรค์นี้มาแล้วตอนไปสุโขทัย นักท่องเที่ยวสาดแฟลชใส่จิตรกรรมแบบคอมโบ ขาวโพลนทั้งอุโมงค์ อธิบาย (สุภาพมาก) จนสุดท้ายเพื่อนต้องลากจขบ.ออกมาเพราะกลัวโดนคณะทัวร์ฉิ่งฉับยำ เขามาอารมณ์ฉันจะถ่ายลงอินสตาแกรม จะทำไม

 
 
ห้ามถ่ายรูปนะคะ
 
หลายคนคงสงสัยว่าอ้าว ไม่มีภาพแล้วจะเขียนเอ็นทรี่ย์ทำไม ที่จขบ.เขียนเอ็นทรี่นี้ก็เพราะความน่าสนใจของ Givernyไม่ได้มีเฉพาะนิทรรศการภายในเท่านั้นน่ะสิคะ


ทำไม Monet  ต้องมาอยู่ที่นี่ล่ะ นี่เป็นคำถามที่น่าสนใจมาก คำตอบนั่นก็คือความสวยงามและความสงบค่ะ ที่นี่มีดอกไม้บานมากมายในช่วงฤดูใบไม้ผลิจนฤดูร้อนเลยทีเดียว จึงไม่แปลกทีภาพของโมเน่ต์จะได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองแห่งนี้ รวมถึงสถานีรถไฟ Saint Lazarre ซึ่งเป็นสถานีรถไฟต้นสายจากปารีสมาถึง Giverny


เอาล่ะถ้าพร้อมแล้ว เรามาชมดอกไม้ด้วยกันเถอะค่ะ
 
 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 
 
 

 

 

 

 

 
รูปนี้เหมือนในภาพวาดไหมเอ่ย


 










สายแล้วนักท่องเที่ยวล้น ออกมามาต่อกันที่รูปจาก musée des impressionnismes ดีกว่าเนอะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
นอกจากนิทรรศการทั้งสองแล้วยังมีพิพิธภัณฑ์เครื่องใช้เกษตรที่น่าสนใจอีกค่ะ แต่จขบ.ไปแล้วพบว่าไม่มีคนเฝ้า (เปิดประตูไปจ๊ะเอ๋กะน้องหมาตัวยักษ์ มองหน้ากันงงทั้งคนทั้งสุนัขไปพักใหญ่ จนหมาเขื่องเดินมาจขบ.รีบ ปิดประตูเลย)
 
 

 
 
 
ด้วยเหตุนี้เองจขบ.เลย เดินไปต่อยังโบสต์เก่าที่อยู่ใกล้ๆ กันซึ่งชื่อว่า église de sainte-radegonde de Givernyค่ะ
 



แต่เอ...โบสถ์เก่าที่ถูกปิดล็อกนี้มีอะไรสำคัญกันละ คำตอบอยู่ที่สุสานเล็กๆ ของโบสถ์ค่ะ  สุสานนี้เองที่เป็นที่พำนักสุดท้ายของครอบครัวโมเน่ต์
 


 
นักท่องเที่ยวเมินสุดๆ จขบ.เห็นมีแต่คนเดินผ่านแบบไม่สนใจ
 

 

 
ร้านที่พวกโมเน่ต์ชอบมานั่ง จขบ.ไม่ไดกินที่นี่หรอกค่ะ ราคาทำช็อค
 
 


Maison des touristes ค่ะ มีฟรีอินเตอร์เน็ต
 
 
 

---ข้อแนะนำในการมาเที่ยว  Giverny---

 

๑.) ตรวจเช็คเวลาก่อนมา เนื่องจากมูลนิธิบ้านโมเน่ต์ เปิดเป็นฤดูกาลและแต่ละฤดูกาลจะมีเวลาเปิดปิดไม่เท่ากัน จึงควรเช็คเวลาเปิดทำการก่อน (เวบไซด์ http://fondation-monet.com/fr/ )
 

๒.) อาหารที่นี่ ไม่อร่อยและราคาแพงมาก แซนวิชชืดๆ ที่maison des touristes ราคาหกยูโรหกสิบเซนต์ แพงกว่าปารีสเป็นเท่าตัว!!! ดังนั้นกรุณาเตรียมอาหารและเครื่องดื่มมาเอง ที่นี่มีจุดที่ท่านสามารถนั่งปิคนิคได้ และโปรดรักษาความสะอาดด้วย (แต่จุดปิกนิคจะกวนประสาทนิดหนึ่งด้วยการไม่ติดป้ายว่านั่งได้ แต่จะติดตามเขตห้ามนั่งเพื่อเตือน คนฝรั่งเศสเก่งเรื่องทำเรื่องง่ายๆ ให้เป็นเรื่องชวนสับสนมาก)
 

๓.) คุณต้องเสียค่าเข้าชมต่อให้เป็นวีซ่านักศึกษาก็ตาม (แต่แน่นอนว่าถูกกว่านักท่องเที่ยว)  และถ้าออกจากเขตเข้าชมแล้ว ถ้าอยากกลับเข้ามาอีกต้องซื้อบัตรใหม่ รายละเอียดพิมพ์เป็นภาษาฝรั่งเศสตัวเล็กๆ บนบัตรค่ะ ที่นี่มามุกนี้ตลอด
 

๔.) การเดินทาง สามารถเดินทางจากปารีสโดยโดยสารรถไฟจาก Gare de Saint Lazarre ไปยัง Vernon ซึ่งหน้าสถานีรถไฟ Vernon จะมีรถ Autobus พาคุณไปส่งที่ Giverny  ราคาตั๋๋วรถบัสไปกลับ สิบยูโร (สำหรับคนขี้ลืมแนะนำให้แยกซื้อค่ะ ห้ายูโรราคาเท่ากัน เห็นคนสูงอายุทำบัตรหายแล้วต้องซื้อใหม่ขากลับ) แต่ถ้าอากาศดีเดินไปก็ได้ค่ะ เดินผ่านเขตเมืองและแม่น้ำไปเจ็ดกิโลเมตร อีตาคนเก็บตั๋วไม่ค่อยเฟรนด์ลี่กะคนเอเชียเท่าไร
 

๕.) นักท่องเที่ยวเยอะมากโปรดระวังกระเป๋า โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อน เพราะเป็นฤดูท่องเที่ยว

 
๖.) ห้องน้ำที่พิพิธภัณฑ์คนน้อยกว่าละแน่นอนว่าสะอาดกว่าบ้านโมเน่ต์ บ้านโมเน่ต์เป็นจุดหมายแรกสำหรับนักท่องเที่ยวค่ะ หลังจากลงรถก็ต้องขับถ่าย ห้องน้ำบ้านโมเน่ต์จึงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว
 

๗.) จขบ.เข้าใจว่าคนบ้านเราชอบรูปตัวเองลงอินสตาแกรมหรือเฟสบุ๊ค และเน็ตเวิร์คโซเชียลอื่นๆ แต่โปรดระวังคนอื่นที่เดินตามท่านมาด้วย จขบ.โดนเหยียบเท้า โดนล้มใส่ สนุกมากกกกกกก (ฝรั่งมันก็นินทาพวกเราเรื่องนี้เยอะอยู่)

 
Bon voyage ค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

@aaaxinthesky  ความจริงดอกไม้สวยมากค่ะ แต่ที่ฉันถ่ายรูปมาไม่ค่อยสวยนักเป็นเพราะนักท่องเที่ยวเยอะมากค่ะ ต้องรีบถ่ายไม่งั้นเกะกะคนเดินข้างหลัง (ขนาดนั่งรถรอบแรกตั้งแต่เช้าเลยนะนั่น)

พอสายหน่อยมีนักท่องเที่ยวไทยเยอะมากค่ะ คือฉันไม่ได้รังเกียจคนบ้านเดียวกันนะคะ แต่ฉันไม่ชอบนิสัยการถ่ายรูปของคนไทยค่ะ เวลาพวกเราถ่ายรูปมักจะชอบถ่ายรูปตัวเองจนเพลินและสร้างความลำบากแก่คนอื่นโดยไม่รู้ตัว (จขบ.โดนเบียดโดนเหยียบเท้าจนคิดว่าเท้าตัวเองเป็นพรมเช็ดเท้า) เลยรีบออกๆ ไปค่ะ ตอนเช้ามีเมฆเยอะ แสงเลยไม่สวย เสียดายเหมือนกันค่ะ อยากได้ท้องฟ้าสีแจ่มๆ แบบ annecy จังsad smile
เข้าใจแรงบันดาลใจของศิลปินเลยแฮะ
Hot! Hot! Hot!

#1 By aaax on 2013-07-02 15:40