ถ่ายที่ปั๊มน้ำมันตอนไปเที่ยว ต้นไม้สวยดีค่ะ




          วันนี้เราก็เกิดอาการครึ้มอกครึ้มใจอัพบล้อกจนได้ (นิยายแก้ไปครึ่งกว่าๆ แล้วค่ะ ตอนนี้ก็พักไว้อีกตามเคยเพราะกะรอหลังสอบก.พ.) หัวข้อวันนี้ที่จขบ.จะพิมพ์ถึงคือเรื่องงานอดิเรก


          ขึ้นชื่อว่างานอดิเรก (Hobbies) ย่อมแตกต่างจากงาน (Occupations/Careers) ตรงที่งานอดิเรกเป็นสิ่งที่เราทุ่มเททำเพื่อให้เกิดความสุขกับจิตใจ ความจริงงานก็ทำได้นะแต่เป็นภาวะบังคับเนื่องจากต้องการเงิน แต่มันต้องทำตลอดและมักมีสถานการณ์เลือกมากไม่ได้ จะหยุดตอนที่อยากหยุดก็ไม่ได้


          จขบ.เองก็ถือว่าตนเองอยู่ในวัยรุ่นอยู่นะ อายุย่างยี่สิบสองเอง ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรกะงานอดิเรกนอกจากค่าไฟและค่าหนังสือนิดหน่อย แต่ไม่กี่ปีที่ผ่านมา จขบ. เห็นว่าเยาวชนอย่างน้องๆ (และรุ่นเดียวกัน) มีแนวโน้มละเลงมากกว่าใช้จ่ายสตางค์ในการสร้างความสุขให้กับตัวเอง โดยเฉพาะการเอาค่าขนมไปลงทุนเรื่องงานอดิเรกที่เพิ่มขึ้นมาน่ากลัวมาก


          ที่จริงอาจดูเหมือนจุ้นนะ แต่จขบ.เป็นห่วงเด็กสมัยนี้ ที่ยังขอสะตุ้งสตางค์บุพการีอยู่อ่ะ ตอนนี้ใช้เงินพ่อแม่อยู่อาจยังสนุกนะ แต่พอหาเงินเองขำไม่ออกแน่นอน


          ขอคอนเฟิร์มว่างานประจำป.ตรีสตาร์ทไม่เกินหมื่นสี่ จขบ.แปดพันกว่าไม่รวมค่ารถ เดือนแรกที่ยังไม่ได้เงินเดือนจะฮาร์ดคอร์มาก และพอได้มาก็ไหนจะต้องซื้อเสื้อผ้าอุปกรณ์ทำมาหากิน เก็บไว้ใช้ยามแก่ (ควรเก็บตั้งแต่เงินเดือนเดือนแรก) ยิ่งบางคนก็ต้องส่งให้พ่อแม่ปู่ย่าตายาย ฯลฯ อีก แกลบ แน่นอน


          จขบ.ก็มีงานอดิเรกนะ เขียนบล้อกนี่ก็ใช่ เขียนนิยายก็เขียน ซีรี่ยส์ฝรั่งหรือหนังสือก็ติด  คือเข้าใจว่ามันทำแล้วทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวย แต่พอเงินหมดอ่ะอดยากปากแห้งสุดๆ เพราะไม่มีตังค์กินข้าวขอรับ


          ปัญหาเสพความสุขจากวัตถุจนเกินพอดีนี่เป็นปัญหาหลักของสังคมไทยมานานมาก (ความจริงก็ทั่วโลกอ่ะแต่ไทยนี่เป็นพิเศษ) ทุกคนมีความสุขกับสิ่งของ (อามิส) ที่ตนมี พอไม่มีก็ขวนขวายหามาให้มี แต่ไม่เคยมองภาพรวมเลยว่าวันข้างหน้าจะไปอย่างไรต่อไป ไม่ใช่ว่าโง่นะ แต่เรียกได้ว่าไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจเลยเสียมากกว่า (จขบ.ก็เคยเป็นตอนงานหนังสือและก็เป็นทุกข์เพราะหิวข้าว)


          งานอดิเรกทุกอย่างล้วนมีคุณค่าทางจิตใจ เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามนุษย์ทุกคนมีความชอบต่างกัน อย่างจขบ.โคตรเกลียดเลขเลย แต่เพื่อนจขบ.คลั่งมาก มันเลยมีงานอดิเรกเป็นเกมคณิตศาสตร์ (ซึ่งจขบ.เห็นมันเล่นแล้วปวดหัวแทนมาก) แต่เราก็ควรรู้จักพอดีด้วย


          จขบ.ว่าค่านิยมเรื่องกล้าแสดงออกมันก็ดีนะ แต่เท่าที่เห็นการแสดงออกที่ว่าส่วนมากต้องใช้เงินและต้องอัพเดตตามเทรนด์ตลอด อย่างแฟชั่น จขบ.เข้าใจว่าวัยรุ่นต้องการเป็นที่ยอมรับแต่บางทีมันไม่ใช่อะกั๊บ กระเป๋าใบเก่าเพิ่งถอยมาไม่ถึงเดือนเปลี่ยนอีกแล้ว แถมใบใหม่ยังไม่เข้ากะคนถือด้วย (เช่น กระเป๋าทำให้ดูป้า เป็นต้น)


          ก็เหมือนกะที่ท่านว. วชิรเมธีเคยเทศน์ไว้ (โฆษณาในโรงหนังมั้ง) ความสุขมันมีอยู่ทุกที่แหละ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราละเมียดละไมในการหามันไหม เราว่าเป็นคำสอนที่ดีนะ ใช้ได้กับทุกโอกาส เอาเบื้องต้นเลย มนุษย์ทุกคนต้องพักผ่อน วิธีพักผ่อนมีหลายอย่าง อย่างกิจกรรมใช้เงิน เช่น ไปสวนสนุก ไปเที่ยวต่างประเทศ จนถึงการนอนหลับที่ไม่เสียเงินสักแดง (แต่ไม่ได้สนับสนุนให้นอนกินบ้านกินเมืองนะ!)


          ทุกคนมีความชอบต่างกัน มีงานอดิเรกที่แตกต่างกัน แต่บางครั้งบางอย่างที่มากเกินไปก็เป็นทุกข์นะ การใช้จ่ายดังกล่าวนั้นไม่ได้จำกัดเฉพาะเงินทองเท่านั้น แต่การใช้เวลาก็ด้วย บางคนนี่เสพติดกับงานอดิเรกจนไม่หลับไปนอนเสียสุขภาพนี่ก็เรียกว่าทุกข์ที่เกิดจากการไม่รู้จักพอได้เช่นกัน ดังนั้นเราอาจจะหาวิธีลองไปลองอะไรอย่างอื่นหรือหยุดพักบ้างเสียก็ได้


          แล้ววันนี้ละคุณพอใจกับการใช้จ่ายของคุณหรือยัง?
 

edit @ 15 Jul 2011 00:30:32 by หมาเหงาในเงาจันทร์

edit @ 15 Jul 2011 00:35:57 by หมาเหงาในเงาจันทร์

Comment

Comment:

Tweet

คุณฮิคาริ - ลงทุนเยอะไม่เป็นปัญหาเท่าใช้จ่ายไม่เป็นค่ะ เราอาจจะลดจำนวนครั้งลงก็ได้ มีใช้มีเก็บเพื่อความสมดุลย์ ดังนั้นมาบริหารการเงินด้วยกันนะคะ

คุณฮิโระ - คอสเพลย์หรืออ่านการ์ตูนเยอะไม่ใช่เรื่องไร้สาระค่ะ ตราบใดที่ควบคุมตัวเองได้

confused smile
งานอดิเรกเรา ก็ต้องใช้จ่ายเยอะอยู่เหมือนกันค่ะ sad smile sad smile

#2 By Run Skywalker on 2011-07-20 21:06

Hot! Hot! Hot!

มีหลายงานอดิเรกอยู่ค่ะ บางอย่างก็มีค่าใช้จ่ายเยอะsad smile
แต่ก็พยายามบริหารเงินให้พอกินพอเก็บสม่ำเสมอทุกเดือนนะคะ จะได้เป็นนิสัยมีวินัยให้การเก็บออมด้วยsurprised smile